ตุรกีห้ามสื่อมวลชนเผยแพร่ “เนื้อหาสร้างความเสื่อมเสีย”

ประธานาธิบดีเรเซป เทย์ยิป เออร์โดกัน ผู้นำตุรกี ประกาศว่า การเผยแพร่เนื้อหา “ซึ่งสร้างความเสื่อมเสีย” หรือเป็นการบ่อนทำลาย “ค่านิยมพื้นฐานของชาติ” และส่งผลกระทบต่อการพัฒนาโครงสร้างทางสังคม ถือเป็นการกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมาย และผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวต้องรับโทษ โดยคำสั่งดังกล่าวเผยแพร่ผ่านรัฐกิจจานุเบกษา

ทั้งนี้ ยังไม่มีหน่วยงานแห่งใดในตุรกีออกมาอธิบายว่า “เนื้อหาผิดกฎหมาย” มีลักษณะเป็นอย่างไร แต่เนื้อหาในรัฐกิจจานุเบกษาระบุด้วยว่า มาตรการดังกล่าวมีความจำเป็นเพื่อ “ปกป้องวัฒนธรรมของชาติ” และเพื่อคุ้มครองพัฒนาการของเด็กและเยาวชน ไม่ให้ได้รับผลกระทบจาก “เนื้อหาทุกรูปแบบที่เป็นอันตราย”

ขณะที่ในระยะหลัง สำนักงานตรวจสอบสื่อวิทยุและโทรทัศน์แห่งชาติของตุรกี สั่งปรับสถานีโทรทัศน์และวิทยุหลายแห่งซึ่งเผยแพร่เนื้อหา “อีโรติก” และ “เกี่ยวข้องกับเพศทางเลือก” แต่ที่สำคัญ คือการตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายกับเนื้อหาที่มีลักษณะ “หมิ่นประมาทและให้ร้าย” ผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี คือ เออร์โดกัน ซึ่งอยู่ในตำแหน่งมาตั้งแต่ปี 2557 แต่หากนับรวมกับวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เท่ากับว่า เออร์โดกัน ครองอำนาจสูงสุดทางการเมืองของตุรกีมานานเกือบ 2 ทศวรรษ

อนึ่ง เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงจับกุมและดำเนินคดีกับ นางเซเดฟ คาบาส หนึ่งในผู้สื่อข่าวหญิงชื่อดังของตุรกี ฐานโพสต์ “สุภาษิตบนหนึ่ง” ทั้งบนบัญชีสังคมออนไลน์ส่วนตัวซึ่งมีผู้ติดตามจำนวนมาก และกล่าวในรายการโทรทัศน์ของตัวเอง ต่อมา รัฐบาลตุรกีกล่าวว่า เมื่อวิเคราะห์จากบริบทของสถานการณ์ เชื่อว่าคาบาส “มีเจตนา” ใช้สุภาษิตบทนี้ เพื่อหมิ่นประมาทประธานาธิบดี